 "ทฤษฎีธรีซาวด์" เป็นทฤษฎีการพูดทฤษฎีแรกในประเทศไทย
และเป็นระบบการพูดระบบที่ 3 ของโลก ซึ่งได้รับการคิดค้นโดย
ร้อยเอก ศ.ดร. จิตรจำนงค์
สุภาพ ซึ่งท่านได้รวบรวมแนวความคิด
จากประสบการณ์ในการอบรม
และหลัก สัจจธรรมที่ได้ศึกษา
มาเป็นเวลาระยะเวลานาน มูลนิธิสถาบันการพูดแบบการทูตได้ใช้
"ทฤษฎีธรีซาวด์" เป็นทฤษฎีหลักในการอบรม อย่างต่อเนื่อง
จนได้รับการยอมรับ
อย่างกว้างขวาง
ทั้งภาครัฐและเอกชนว่า เป็นทฤษฎีที่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ และได้รับพระราชทานเข็มแสนยาธิปัตย์จากพระหัตถ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นผู้ทรงคุณ วุฒิแห่งวิทยาลัยกองทัพบก
เมื่อ วันที่ 24
สิงหาคม พ.ศ.2529

ร้อยเอก ศ.ดร.จิตรจำนงค์ สุภาพ
ผู้คิดค้นทฤษฎีธรีซาวด์
|
| เกิดเมื่อ |
| วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2470 |
| การศึกษาและวุฒิ |
- โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
- โรงเรียนรบพิเศษและกระโดดร่ม
- โรงเรียนนายพันทหารราบ ศูนย์การทหารราบ
- วุฒิบัตรกิติมศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิและเข็มแสนยาธิปัตย์ วิทยาลัยกองทัพบก
- ดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ Public Administration จาก
Bedford University Arisona USA.
- ดุษฎีบัณฑิต สาขาวาทศาสตร์ American Coastline USA |
| กิจกรรมทางวิชาการ |
ผู้คิดค้น ทฤษฎีธรีซาวด์ (The Three Sound Theory) เป็นทฤษฏีที่
ใช้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุดตามหลักสัจจธรรม |
| ปัจจุบัน |
- ข้าราชการบำนาญ กระทรวงกลาโหม
- กรรมการบริหารมูลนิธิสถาบันการพูดแบบการทูต
- อธิการบดี ประจำ South East Asia ,American Coastline University USA |
| ผลงานที่มีเกียรติและภาคภูมิใจ |
- รับพระราชทานวุฒิบัตรกิติมศักดิ์ผู้ทรงคุณวุฒิและเข็มแสนยาธิปัตย์
วิทยาลัยกองทัพบกจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- ผู้ทรงคุณวุฒิและเข็มสันติพิทักษ์ กรมตำรวจ
- ผู้ทรงคุณวุฒิเข็มราชนาวิกสภา กองทัพเรือ
- ผู้ทรงคุณวุฒิเข็มจิตวิทยาความมั่นคง สถาบันจิตวิทยาความมั่นคง
กองบัญชาการทหารสูงสุด
- เข็มอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
- ดุษฎีบัณฑิตสาขาวาทศาสตร์ มหาวิทยาลัยอเมริกันโคสต์ไลน์ สหรัฐอเมริกา
- ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการการศึกษา มหาวิทยาลัยอเมริกันโคสต์ไลน์
สหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย |
| กิจกรรมที่เด่นทางวิชาการ |
- หลักสูตรการพูดระบบธรีซาวด์ (Three Sound Theory System)
- ทฤษฎีธรีซาวด์ ( Three Sound Theory) เป็นทฤษฎีที่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ที่สมบูรณ์และทันสมัยที่สุด
- ทฤษฎีการพูดสามสบาย (the Theory of Three Pleasant Speech)
- สูตรสำเร็จในการพูด (บันได 13 ขั้น) |
|
ความเป็นมา
จากแนวคิดที่ว่า "การพูดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์" เพราะมนุษย์ใช้การพูดในการติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลา และการติดต่อเรื่องต่างๆนั้น จะประสบความสำเร็จมากเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการพูดนั่นเอง และจากการเปิดอบรมการพูด
ของมูลนิธิสถาบันการพูดแบบการทูต ด้วย "ทฤษฎีธรีซาวด์" (Three Sound Theory) ซึ่งเป็นผลงานการค้นคว้าวิจัยของ ร้อยเอก ศ.ดร.จิตรจำนงค์ สุภาพ ผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันการพูดแบบการทูต โดยเป็นทฤษฎีที่มีพื้นฐานมาจากหลักสัจจธรรม (Ultimate Thruth) ที่ว่าด้วยเรื่องกรรม (หมายถึงการกระทำ Action) ของมนุษย์ซึ่งมีอยู่ 3 ทาง คือ
1. มโนกรรม (ทางใจ Mind Action)
2. กายกรรม (ทางกาย Bodily Action)
3. วจีกรรม (ทางวาจา Verbal Action
หมายความว่า มนุษย์ทุกคนเมื่อเกิดมาและยังมีชีวิตอยู่ จะมีกรรม (การกระทำ) อยู่ 3 ทาง ซึ่งผิดกับสัตว์โลกชนิดอื่นๆ
คือ มนุษย์มีความรู้สึกนึกคิด สติปัญญา มีการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหวร่างกายและมีการสื่อสารความหมายกันด้วยการพูด
นอกจากนี้ มนุษย์ยังเป็นสัตว์โลกชนิดเดียวที่สามารถพัฒนากรรมทั้ง 3 ประการดังกล่าวได้ดีกว่า หรือเหนือกว่า สัตว์โลกชนิดอื่น จึงทำให้มนุษย์มีวิวัฒนาการที่เจริญรุ่งเรืองมากกว่าและรวดเร็วกว่า
ไม่ว่า
ความเจริญหรือความเสื่อม
ความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ความสุขหรือความทุกข์
ขึ้นสวรรค์หรือลงนรก
ย่อมขึ้นอยู่กับกรรม 3 ประการเท่านั้น ดังคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า "กรรมจำแนกสัตว์
." มนุษย์ผู้ประสบความสำเร็จ คือ ผู้ที่ถึงพร้อมด้วยกรรมทั้ง 3 ประการ คือ มโนกรรม กายกรรมและวจีกรรมที่ดีนั่นเอง และมนุษย์ทุกคนก็มีความปรารถนาที่จะพัฒนากรรมทั้ง 3 ของตนให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงได้คิดค้นหลักการ หรือทฤษฎีขึ้นมาตอบสนอง
พัฒนาอย่างไร
ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าระดับชาติหรือระดับหน่วยงานธุรกิจ ส่วนใหญ่มักจะพัฒนาในลักษณะการกระทำ หรือทำนองเดียวกันเกือบทั้งนั้น คือ มุ่งให้มีสติปัญญาดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ซึ่งเท่ากับมุ่งพัฒนาเพียง 2 ประการ
คือ พัฒนา ทางมโนกรรมและกายกรรมเท่านั้น ส่วนทางวจีกรรมมักจะไม่ได้รับความสนใจที่จะพัฒนากันเลย หรือแม้ว่าจะมีอยู่บ้างก็น้อยเต็มที ทั้งๆ ที่บทบาทของวจีกรรมมีความสำคัญ และจำเป็นไม่น้อยไปกว่ามโนกรรมและกายกรรม ซึ่งไม่ว่าปราชญ์หรือศาสดายุคใด หรือชนชาติใด ต่างยอมรับกันว่าการพูด "วจีกรรม" เป็นเอกหรือเป็นหนึ่งทั้งนั้น
จากจุดอ่อนดังกล่าว สถาบันการพูดแบบการทูตจึงได้ทุ่มเททำการค้นคว้าวิจัยวิธีพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างถูกต้อง และสมบูรณ์มาเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี จากพฤติกรรมของบุคคลต่างๆ ที่มีวุฒิการศึกษา สาขาอาชีพ ตำแหน่งหน้าที่การงาน และทุกเพศทุกวัยจำนวนไม่น้อยกว่าหมื่นคน จนค้นพบ "ทฤษฎีธรีซาวด์" (Three Sound Theory)
เนื้อหาวิชาการในหลักสูตรทฤษฎีธรีซาวด์
ดังที่กล่าวมาแล้วว่าหลักสูตรการอบรมจะพัฒนา 3 ส่วนด้วยกัน ดังนั้นวิชาการในหลักสูตรจึงแบ่งออกเป็น 3 สาขาใหญ่ๆ คือ
1. สาขา SOUND MIND ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาใจ มี 1 วิชา คือ
สัจธรรมและกระบวนการความคิด (THRUTH AND THINKING PROCEDURE) เป็นวิชาที่เน้นให้เห็นถึง
หลักการในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข และกระบวนการวิธีคิดอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จ
2. สาขา SOUND BODY ว่าด้วยการพัฒนาบุคลิกภาพ มี 1 วิชา คือ
วิชาอวัจนสาร (NON VERBAL COMMUNICATION) เป็นวิชาการที่เน้นให้เห็นถึงอิทธิพลในการสื่อสาร
ทางภาษาร่างกายหรือภาษาเงียบ(SILENT LANGUAGE) ไม่ว่าจะเป็น การยืน การนั่ง รวมถึงสิ่งที่เรียกว่า บุคลิกภาพภายนอกและบุคลิกภาพภายใน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือศรัทธาให้เกิดในใจผู้ ที่ได้พบเห็น
3. สาขา SOUND SPEECH เป็นสาขาที่ว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาให้มีศิลปะและเทคนิคในการสร้าง
ความสำเร็จ ด้วยการพูด มีทั้งสิ้น 5 วิชาคือ
3.1 หลักการพูดเบื้องต้น (BASIC SPEECH) เป็นหลักเพื่อสร้างความสำเร็จในการพูด
เพื่อการติดต่อสื่อสาร การทำงาน และการพูดในที่ชุมชน
3.2 หลักการพูดระดับสูง (ADVANCED SPEECH) เป็นขั้นก้าวหน้าสูง เล็งผลในความสำเร็จมากขึ้น
ด้วยศักยภาพขั้นสูงในลักษณะของนามธรรม
3.3 หลักการพูดแบบการทูต (DIPLOMATIC PEECH)เป็นศิลปะในการเจรจาต่อรองในลักษณะ
ทางการทูต ทำอย่างไรจึงจะเจรจาแบบสร้างมิตร ไม่ก่อศัตรู
3.4 การใช้พลังคำพูด (WORD POWER) เป็นศิลปะในการใช้ถ้อยคำให้มีพลัง
3.5 สุนทรพจน์แบบพิเศษ (ORATION) เป็นการเรียนรู้ถึงลักษณะการพูดในขั้นโน้มน้าวใจ
และยกระดับจิตใจผู้ฟังให้สูงขึ้น ด้วยการพูดเพียงไม่กี่นาที เป็นการพูดขั้นสูงกว่าการพูด
SPEECH ทั่วไป ที่เรียกว่าการพูดในโอกาสต่างๆ
|